ผลลัพธ์การค้นหาสำหรับ

diplomacy

D IH0 P L OW1 M AH0 S IY0   
ภาษา
ภาษาที่แสดง

ประเภทคำอ่านที่แสดง


ลองค้นหาคำในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากขึ้นหรือน้อยลง: -diplomacy-, *diplomacy*
English-Thai: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
diplomacy(n) การทูต, See also: การต่างประเทศ, ศิลปะการทูต, Syn. tact, address, savoir, faire, Ant. tactlessness, crudeness
diplomacy(n) ความเชี่ยวชาญในการคบค้าสมาคม, See also: ทักษะในการเจรจาต่อรอง, Syn. tact, artfulness statesmanship, Ant. tactlessness, crudeness

English-Thai: HOPE Dictionary [with local updates]
diplomacy(ดิพโพล'มะซี) n. การทูต,ศิลปะการทูต

English-Thai: Nontri Dictionary
diplomacy(n) การทูต,ศิลปะการทูต

อังกฤษ-ไทย: ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน [เชื่อมโยงจาก orst.go.th แบบอัตโนมัติและผ่านการปรับแก้]
diplomacyการทูต [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
diplomacy, big stickการทูตแบบใช้แสนยานุภาพ [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
diplomacy, coerciveการทูตแบบบีบบังคับ [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
diplomacy, gunboatการทูตแบบใช้นาวิกานุภาพ [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
diplomacy, shirt-sleeveการทูตอย่างไม่เป็นทางการ [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]

อังกฤษ-ไทย: คลังศัพท์ไทย โดย สวทช.
Diplomacyการฑูต [เศรษฐศาสตร์]
Diplomacyการทูต [TU Subject Heading]
Diplomacyการทูต, Example: คำว่าการทูต มีหลายท่านได้ให้คำอธิบายความหมายแตกต่างกัน บางท่านเห็นว่าการทูตเป็นศิลปะหรือศาสตร์ หรือวิธีปฏิบัติขั้นการเจรจากันระหว่างรัฐ บ้างว่า เป็นการจัดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยวิธีการเจรจา ซึ่งจะกระทำโดยเอกอัครราชทูต หรือผู้แทนการทูตเป็นส่วนใหญ่หนังสือ ?Satow?s A Guide to Diplomatic Practice? ซึ่งเรียบเรียงแก้ไขใหม่เป็นครั้งที่ 4 โดย Sir Neville Bland ได้กล่าวว่า การทูต (Diplomacy) คือการนำเอาสติปัญญา (Intelligence) และปฏิภาณ (Tact) ออกใช้ในการเจรจาเป็นทางการระหว่างรัฐบาลของรัฐเอกราชด้วยกัน หรือหากจะกล่าวโดยสรุปก็หมายถึงการที่รัฐต่อรัฐยกเอาเรื่องต่าง ๆ ขึ้นเจรจากันอย่างเอาจริงเอาจังโดยสันติวิธีนั่นเองวิธีการที่รัฐหันมาใช้ การเจรจากันเพื่อทำความตกลงในเรื่องต่าง ๆ นั้นได้เริ่มกระทำกันมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมันในระยะหลัง ๆ ก่อนที่อาณาจักรจะล่มสลาย นัยว่าจักรพรรดิทั้งหลายของอาณาจักรจะล่มสลาย นัยว่าจักรพรรดิทั้งหลายของอาณาจักรไบซานเตอุม (Byzanteum) ในสมัยนั้นมีชื่อโด่งดังว่าเป็นบรมครูหรือปรมาจารย์ในการเจรจาทีเดียว แต่การทูตได้กลายเป็นที่รับรองกันทั่วไปว่าเป็นอาชีพอย่างหนึ่ง ก็ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เป็นต้นมา ในตอนที่รัฐต่างๆ ของอิตาลีได้เริ่มแต่งตั้งเอกอัครราชทูตไปประจำเป็นการถาวร แต่ในสมัยนั้นก็ยังไม่มีการกำหนดสถานภาพและระเบียบข้อบังคับของอาชีพการทูต แต่อย่างใด จนกระทั่งถึงศตวรรษที่ 19 คือใน ค.ศ. 1815 จึงได้มีการทำความตกลงกันระหว่างประเทศกำหนดสถานภาพและกฎข้อบังคับขึ้นเป็น กิจลักษณะ คือหลังจากเสร็จสงครามนโปเลียน รัฐต่าง ๆ ที่เข้าร่มประชุมกัน ณ กรุงเวียนนา หรือเรียกว่าคองเกรสแห่งเวียนนา ได้ตกลงจัดจำแนกผู้แทนทางการทูตรวมทั้งจัดลำดับอาวุโสขึ้น เพื่อให้รัฐทั้งหลายได้ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติ จะเห็นได้ว่าในทุกวันนี้ การทูตได้กลายเป็นส่วนหนึ่ง หรือสาขาหนึ่งของระบบการปกครองประเทศในทุกประเทศ ซึ่งทวีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในโลกปัจจุบัน ดังจะเห็นได้จากการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างสงครามเย็น (Cold War) ต่างเพียรพยายามใช้การทูตทุกวิถีทางเพื่อระงับปัญหาหรือข้อพิพาท โดยมิให้เกิดสงครามเบ็ดเสร็จ (Total War) ซึ่งเป็นหนทางสุดท้ายขึ้น เป็นต้นมีข้อน่าสังเกตว่า แต่เดิมรัฐต่าง ๆ จะใช้วิธีการเจรจาระหว่างรัฐบาลตามปกติ โดยผ่านทางผู้แทนทางการทูตถาวรหรือเอกอัครราชทูต ต่อมาหลังจากเสร็จสงครามโลกครั้งแรกเกิดความนิยมใช้วิธีระงับปัญหาระหว่าง ประเทศโดยการประชุมโต๊ะกลมมากขึ้น (Round table conferences) ในการประชุมระหว่างประเทศเช่นนี้ รัฐบาลของประเทศที่ร่วมการประชุมจะส่งคนของตนไปร่วมประชุมในฐานะผู้แทนผู้ ได้รับมอบอำนาจเต็มและให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนในการเจรจา แทนที่จะเป็นเอกอัครราชทูตดังแต่ก่อน อย่างไรก็ดี วิธีการประชุมเช่นนี้ยังมีความเห็นแตกต่างกันอยู่สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าควรจะใช้วิธีการประชุมแก้ปัญหาระหว่างประเทศโดยวิถีทางการ ทูตตามปกติ โดยให้เอกอัครราชทูตเป็นหัวหน้าคณะผู้แทน เพราะถือว่าเอกอัครราชทูตเป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพการทูตอยู่แล้ว ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งสนับสนุนการประชุมโต๊ะกลม หรือที่เรียกว่า Diplomacy by Conferenceในสมัยปัจจุบัน วิธีเจรจาทางการทูตที่ใช้ปฏิบัติกันมีอยู่หลายวิธี วิธีแรกคือ การเจรจาทางการทูตตามปกติ ซึ่งปฏิบัติกันตลอดมาจนเป็นธรรมเนียม (Normal หรือ Traditional Diplomacy) ในกรณีนี้ เอกอัครราชทูตจะเป็นตัวแทนของประเทศของตนเจรจากับกระทรวงการต่างประเทศของ รัฐผู้รับประการที่สอง คือ การทูตด้วยวิธีการประชุม (Conference Diplomacy) ซึ่งคณะผู้แทนเจรจาจะมีบุคคลผู้ได้รับมอบอำนาจเต็มเป็นหัวหน้าคณะ และส่งไปจากประเทศที่ร่วมการประชุมประการที่สาม ได้แก่ วิธีที่เรียกว่า การทูตส่วนบุคคล (Personal Diplomacy) ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัฐสองแห่งหรือมากกว่านั้น จะทำการเจรจากันโดยตรง เพื่อระงับหรือทำความตกลงในเรื่องบางเรื่องที่มีผลประโยชน์ร่วมกันประการที่ สี่ คือ การทูตแบบสุดยอด (Summit Diplomacy) โดยประมุขของรัฐบาลหรือของรัฐจะไปร่วมประชุมกันเพื่อหาทางระงับปัญหาของตน ประการสุดท้าย ได้แก่ การทูตโดยทางองค์กรนิติบัญญัติหรือรัฐสภา (Parliamentary Diplomacy) คือให้นำปัญหาไปพิจารณากันในการประชุมปรึกษา เช่น การประชุมขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งนักเขียนเกี่ยวกับวิชาการทูตบางท่านเรียกว่า การทูตโดยคะแนนเสียง (Diplomacy by ballot)อย่างไรก็ตาม มีผู้ทรงคุณความรู้ด้านการทูตบางท่านเห็นว่า ยังมีวิธีการเจรจาทางการทูตอีกแบบหนึ่ง เรียกว่า การทูตสื่อมวลชน (Diplomacy by News Conference) ในกรณีนี้ ประมุขของรัฐหรือของรัฐบาลประเทศหนึ่งจะแถลงนโยบายของประเทศตนต่อที่ประชุม สื่อมวลชน เกี่ยวกับปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นกับอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งโดยปกติย่อมจะแถลงโดยวิถีทางการทูตตามปกติให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบได้ แต่กลับหันไปใช้วิธีแจ้งให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบโดยการแถลงต่อที่ประชุมสื่อมวล ชนเท่ากับแจ้งให้ทราบโดยทางอ้อม [การทูต]
Diplomacy for the Peoplesการทูตเพื่อประชาชน หมายถึง การดำเนินนโยบายต่างประเทศหรือกิจกรรมทางการทูต ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาชน เช่น โครงการส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปช่วยรักษาพยาบาลชาวกัมพูชา [การทูต]

ตัวอย่างประโยค จาก Open Subtitles  **ระวัง คำแปลอาจมีข้อผิดพลาด**
one's got basic diplomacy skills.คนนึงมีทักษะการเจรจาต่อรอง Spies Like Us (1985)
What's important is diplomacy and political maneuvering, which you seem to despise.สิ่งสำคัญก็คือความชำนาญในการเจรจาและยุทธศาสตร์ทางการเมือง เหล่านี้ดูเหมือนเป็นสิ่งที่คุณชิงชังยิ่งนัก Akira (1988)
Yes. I do. That's precisely why we need some of your diplomacy now.ผมรู้ดี นั่นคือเหตุผลที่เราเรียกใช้คุณด้านการฑูต X-Men: The Last Stand (2006)
Not on your life, Senator. There will be no diplomacy this time.ไม่ต้องหรอก ท่านวุฒิฯ นี่ไม่ใช่เวลาสำหรับการฑูต Trespass (2009)
Well, well, well. I'd say diplomacy has failed.ภาพยืนยันว่าการเจรจาไม่เป็นผล Avatar (2009)
Diplomacy orการทูตหรือ The Mandalore Plot (2010)
Committing more troops to the front lines will not allow diplomacy to resume diplomacy failed the Republic long ago.การเพิ่มทหารเข้าไปในแนวหน้า จะไม่ทำให้การทูตกลับคืนได้ การทูตจบลง ในสาธารณรัฐเมื่อนานมาแล้วหละ Senate Murders (2010)
Diplomacy wasn't an option.วิธีทางการทูตไม่ใช่ทางเลือก Face Off (2011)
I've tried diplomacy and failed.ผมพยายามใช้การทูต แต่ก็ล้มเหลว Face Off (2011)
It's what happens after diplomacy fails, but we haven't tried yet.ถ้าการเจรจาทางการฑูตล้มเหลวถึงค่อยใช้ แต่เรายังไม่ได้ลอง The Outsiders (2011)
We are beyond diplomacy now, AlIfather.มันหนักเกินกว่าจะเจรจาแล้ว บิดาแห่งเทพ Thor (2011)
You must realize that espionage is a crucial tool for diplomacy as well as national defense.คุณต้องตระหนักว่าการจารกรรมเป็นเครื่องมือที่สำคัญมาก สำหรับเรื่องทางการฑูต เช่นเดียวกับการป้องกันประเทศ The Tiger in the Tale (2012)

ตัวอย่างประโยคจาก Tanaka JP-EN Corpus
diplomacyDiplomacy is to do and say, The nastiest thing in the nicest way.
diplomacyEnglish is useful in diplomacy and tourism.
diplomacyInternational problems must be solved by diplomacy, not war.
diplomacyOur diplomacy and strategy ran in clear contradiction to each other.
diplomacySkillful diplomacy helps to avert war.

Thai-English: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
การทูต(n) diplomacy, See also: statecraft, statesmanship, foreign affairs, external affairs, Example: เขาชอบใช้วิธีการทูตในการเจรจาหว่านล้อมและสร้างพันธมิตรทางการค้า

Thai-English-French: Volubilis Dictionary 1.0
การทูต[kānthūt] (n) EN: diplomacy ; statecraft ; statesmanship ; foreign affairs ; external affairs  FR: diplomatie [f]

CMU English Pronouncing Dictionary
DIPLOMACY D IH0 P L OW1 M AH0 S IY0

Oxford Advanced Learners Dictionary (pronunciation guide only)
diplomacy (n) dˈɪplˈouməsiː (d i1 p l ou1 m @ s ii)

Chinese-English: CC-CEDICT Dictionary
外交[wài jiāo, ㄨㄞˋ ㄐㄧㄠ, ] diplomacy; diplomatic; foreign affairs, #3,500 [Add to Longdo]

Japanese-Thai-English: Saikam Dictionary
外交[がいこう, gaikou] TH: การฑูตระหว่างประเทศ  EN: diplomacy

Japanese-English: EDICT Dictionary
シャトル外交[シャトルがいこう, shatoru gaikou] (n) shuttle diplomacy [Add to Longdo]
ドル外交[ドルがいこう, doru gaikou] (n) dollar diplomacy [Add to Longdo]
外交[がいこう, gaikou] (n) diplomacy; (P) [Add to Longdo]
外交史[がいこうし, gaikoushi] (n) history of diplomacy; history of foreign policy [Add to Longdo]
外交手腕[がいこうしゅわん, gaikoushuwan] (n) diplomatic finesse; skill(s) in diplomacy [Add to Longdo]
外交術[がいこうじゅつ, gaikoujutsu] (n) diplomacy; state-craft [Add to Longdo]
経済外交[けいざいがいこう, keizaigaikou] (n) economic diplomacy [Add to Longdo]
公開外交[こうかいがいこう, koukaigaikou] (n) open diplomacy [Add to Longdo]
広報外交[こうほうがいこう, kouhougaikou] (n) public diplomacy [Add to Longdo]
資源外交[しげんがいこう, shigengaikou] (n) resources diplomacy [Add to Longdo]

Result from Foreign Dictionaries (1 entries found)

From WordNet (r) 3.0 (2006) [wn]:

  diplomacy
      n 1: negotiation between nations [syn: {diplomacy}, {diplomatic
           negotiations}]
      2: subtly skillful handling of a situation [syn: {delicacy},
         {diplomacy}, {discreetness}, {finesse}]
      3: wisdom in the management of public affairs [syn:
         {statesmanship}, {statecraft}, {diplomacy}]

Are you satisfied with the result?



Discussions

ว่าด้วยโฆษณา
เราทราบดีว่าท่านผู้ใช้คงไม่ได้อยากให้มีโฆษณาเท่าใดนัก แต่โฆษณาช่วยให้ทาง Longdo เรามีรายรับเพียงพอที่จะให้บริการพจนานุกรมได้แบบฟรีๆ ต่อไป ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
Go to Top