ผลลัพธ์การค้นหาสำหรับ

*สิ้นสุด*

   
A/文 ⚙
ภาษาที่แสดง

ประเภทคำอ่านที่แสดง


ลองค้นหาคำในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากขึ้นหรือน้อยลง: สิ้นสุด, -สิ้นสุด-
Thai-English: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
สิ้นสุด(v) end, See also: finish, stop, Syn. จบ, หมด, ถึงที่สุด, Ant. เริ่มต้น, แรกเริ่ใ
สิ้นสุด(v) end, See also: come to an end, terminate, be over, Syn. จบสิ้น, Ant. เริ่มต้น, Example: เรื่องราวระหว่างผมกับคุณสิ้นสุดลงแล้ว
สิ้นสุด(v) be ruined, See also: be finished, be overthrown, Syn. จบ, หมด, Ant. เริ่มต้น, Example: กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารข้อมูลทั้งหมดจะเริ่มต้นและสิ้นสุด ภายใต้การควบคุมของซอฟต์แวร์ล้วนๆ โดยไม่ต้องอาศัยคนเฝ้าเครื่องเลย, Thai Definition: ถึงที่สุด
สิ้นสุดลง(v) terminate, See also: end, stop, cease, expire, discontinue, Ant. เริ่มต้นขึ้น, Example: เหลือเวลาอีกเพียง 2 ปี อายุของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ก็จะสิ้นสุดลงตามวาระ, Thai Definition: ไม่มีต่อไปอีก
จุดสิ้นสุด(n) end, See also: cessation, edge, finish, Syn. จุดจบ, Ant. จุดเริ่ม, จุดเริ่มต้น, Example: จุดสิ้นสุดของมนุษย์ทุกคนก็คือ ความตาย
ไม่มีที่สิ้นสุด(adv) never-ending, Syn. ไม่สิ้นสุด, Example: เขาคงจะคอยแก้แค้นกันไปไม่มีที่สิ้นสุด แล้วพวกเขานั่นแหละจะเดือดร้อนกันเอง, Thai Definition: อย่างไม่มีจุดจบหรือไม่หมดไม่สิ้น

ไทย-ไทย: พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
สิ้นสุดก. ถึงที่สุด, จบ, เช่น การแข่งขันบาสเกตบอลสิ้นสุดลงเมื่อเวลา ๑๘.๐๐ น. การเจรจายุติสงครามสิ้นสุดลงแล้ว, สุดสิ้น ก็ว่า.
กรรมการ ๒น. ผู้รับใช้ เช่น ข้าขอภักดีภูบาล เป็นทาสกรรมการ ไปกว่าจะสิ้นสุดสกนธ์ (เสือโค).
การยุบสภาน.อำนาจของฝ่ายบริหารในการประกาศให้สภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ การยุบสภาต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา.
เกม ๒ก. สิ้นสุด, จบ, เช่น เรื่องนี้เกมไปนานแล้ว.
จบ ๑น. การสิ้นสุดคราวหนึ่ง ๆ, ลักษณนามเรียกการสิ้นสุดเช่นนั้น เช่น สวดจบหนึ่ง ตั้งนโม ๓ จบ.
จบ ๑ก. สิ้นสุดคราวหนึ่ง ๆ เช่น จบชั้นไหน.
เจ๊งสิ้นสุด.
ชั่วฟ้าดินสลายว. ตลอดไป, ไม่มีวันสิ้นสุด, เช่น ขอรักเธอไปจนชั่วฟ้าดินสลาย.
ทำให้แท้งลูกน. เป็นฐานความผิดอาญา ที่ผู้กระทำทำให้ลูกในท้องของหญิงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ และให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง.
แท้งก. สิ้นสุดการตั้งครรภ์ก่อนกำหนดคลอด โดยที่ลูกในท้องไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้.
ไทเทรต(-เทฺรด) ก. หยดสารละลายหนึ่งจากหลอดแก้วที่มีขีดบอกปริมาตรซึ่งเรียกว่าบิวเรตต์ลงในสารละลายอื่นซึ่งทราบปริมาตรแล้ว เพื่อให้ทำปฏิกิริยาเคมีกันจนกระทั่งปฏิกิริยาสิ้นสุด.
ปลงอายุสังขารก. บอกกำหนดวันสิ้นสุดแห่งอายุ (ใช้แก่พระพุทธเจ้า).
ม้วยก. ตาย, สิ้นสุด, วายวอด, มักใช้เข้าคู่กับคำ มอด เป็น ม้วยมอด หรือ มอดม้วย.
รอน ๆว. อ่อนแสง (ใช้แก่พระอาทิตย์เวลาใกล้คํ่า) เช่น แสงตะวันรอน ๆ, อาการที่ใกล้จะขาดหรือสิ้นสุดลง ในความว่า ใจจะขาดอยู่รอน ๆ.
รูดม่านโดยปริยายหมายความว่า สิ้นสุด, จบ, เช่น รูดม่านชีวิต.
ลงเอยก. จบ, เลิก, สิ้นสุด, ยุติ, เช่น เรื่องนี้ลงเอยเสียที.
ลา ๒น. เรียกการจบหรือสิ้นสุดลงระยะหนึ่ง ๆ ของพิธีบางอย่าง ว่า ลาหนึ่ง ๆ เช่น โห่ ๓ ลา ยํ่าฆ้อง ๓ ลา.
ลาภมิควรได้น. ทรัพย์ที่บุคคลได้มาเพราะบุคคลอีกคนหนึ่งกระทำเพื่อชำระหนี้ หรือได้มาเพราะประการอื่น โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และเป็นทางให้บุคคลอีกคนหนึ่งเสียเปรียบ รวมตลอดถึงการได้มาเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งมิได้มี มิได้เป็นขึ้น หรือเป็นเหตุที่ได้สิ้นสุดไปเสียก่อนแล้ว.
เลิกสิ้นสุดลงชั่วคราวหรือตลอดไป เช่น โรงเรียนเลิกแล้วกลับบ้าน เลิกเรียนเพราะจบชั้นสูงสุดแล้ว เมื่อก่อนเป็นนักแสดงเดี๋ยวนี้เลิกแล้ว, หยุด, งดกระทำสิ่งซึ่งกำลังทำอยู่, เช่น เลิกพูด เลิกกิน เลิกเล่น.
แล้วก็แล้วไปว. อาการที่พูดปลอบใจหรือให้สติว่า เมื่อเหตุการณ์สิ้นสุดหรือยุติลงแล้ว ก็ไม่ควรเก็บมาเป็นกังวลหรือรื้อฟื้นขึ้นมาอีก.
แล้วไปแล้วว. สิ้นสุดแล้ว เช่น เรื่องมันแล้วไปแล้ว เอามาพูดทำไมอีก.
วันผ่อนน. จำนวนวันที่ผ่อนผันให้บุคคลกระทำการหรือชำระหนี้ภายหลังระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ได้สิ้นสุดลงแล้ว.
วันออกพรรษาน. วันที่สิ้นสุดการจำพรรษาแห่งพระสงฆ์ คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑, วันปวารณา หรือ วันมหาปวารณา ก็เรียก.
ศาสน-, ศาสนา(สาสะนะ-, สาดสะนะ-, สาดสะหฺนา) น. ลัทธิความเชื่อถือของมนุษย์อันมีหลัก คือแสดงกำเนิดและความสิ้นสุดของโลกเป็นต้น อันเป็นไปในฝ่ายปรมัตถ์ประการหนึ่ง แสดงหลักธรรมเกี่ยวกับบุญบาปอันเป็นไปในฝ่ายศีลธรรมประการหนึ่ง พร้อมทั้งลัทธิพิธีที่กระทำตามความเห็นหรือตามคำสั่งสอนในความเชื่อถือนั้น ๆ.
ส่งพระเคราะห์ก. ทำพิธีส่งเทวดาประจำดาวพระเคราะห์ดวงที่กำลังจะสิ้นสุดการเสวยอายุเพื่อความสวัสดิมงคลตามความเชื่อทางโหราศาสตร์.
สนาดก(สะนา-) น. ผู้ได้รับนํ้าสรงในพิธีสนานหลังจากจบการศึกษาแล้ว ซึ่งตามคติชีวิตของชาวฮินดูถือเป็นการสิ้นสุดชีวิตขั้นที่ ๑ ในอาศรม ๔ คือ พรหมจารี และย่างเข้าขั้นที่ ๒ คือ คฤหัสถ์.
สภาพบุคคลน. ความเป็นบุคคลธรรมดาตามกฎหมาย สภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก และสิ้นสุดลงเมื่อตาย.
สาบสูญน. เรียกบุคคลซึ่งได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และไม่มีใครรู้แน่ว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ตลอดระยะเวลา ๕ ปี และศาลมีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ว่า คนสาบสูญ ระยะเวลา ๕ ปี ดังกล่าว ลดลงเหลือ ๒ ปี นับแต่วันที่การรบหรือสงครามสิ้นสุดลง ถ้าบุคคลนั้นอยู่ในการรบหรือสงคราม และหายไปในการรบหรือสงครามดังกล่าว หรือนับแต่วันที่ยานพาหนะที่บุคคลนั้นเดินทางไป ได้อับปาง ถูกทำลายหรือสูญหาย หรือนับแต่วันที่เหตุอันตรายแก่ชีวิต นอกจากที่ระบุไว้ใน ๒ กรณีดังกล่าวข้างต้นได้ผ่านพ้นไป ถ้าบุคคลนั้นตกอยู่ในอันตรายเช่นว่านั้น.
สิ้นกรรม, สิ้นกรรมสิ้นเวร, สิ้นเวร, สิ้นเวรสิ้นกรรมก. สิ้นสุดในการที่ต้องรับทุกข์อีกต่อไป เช่น เมื่อเขามีชีวิตอยู่ มีภาระมากหรือเจ็บป่วยทรมาน ตายไปก็ถือว่าสิ้นเวรสิ้นกรรม, หมดกรรม หมดกรรมหมดเวร หมดเวร หรือ หมดเวรหมดกรรม ก็ว่า
สุดสิ้นก. ถึงที่สุด เช่น เธอกับฉันสุดสิ้นกันนับแต่วันนี้, จบ เช่น การสัมมนาได้สุดสิ้นลงแล้ว, สิ้นสุด ก็ว่า.
หมดกรรม, หมดกรรมหมดเวร, หมดเวร, หมดเวรหมดกรรมก. สิ้นสุดในการที่ต้องรับทุกข์อีกต่อไป, สิ้นกรรม สิ้นกรรมสิ้นเวร สิ้นเวร หรือ สิ้นเวรสิ้นกรรม ก็ว่า
หมดกันทีก. สิ้นสุดกันที.
หาไม่ ๑สิ้นสุด เช่น จนกว่าชีวิตจะหาไม่.
อนันต-, อนันต์(อะนันตะ-, อะนัน) ว. ไม่มีสิ้นสุด, มากล้น, เช่น อนันตคุณ คุณอนันต์.
อวสาน(อะวะ-) ก. จบ, สิ้นสุด.
อวสาน(อะวะ-) น. การสิ้นสุด, ที่สุด.
ออกพรรษาน. เรียกวันที่สิ้นสุดการจำพรรษาแห่งพระสงฆ์ คือ วันขึ้น ๑๕ คํ่าเดือน ๑๑ ว่า วันออกพรรษา, วันปวารณา หรือ วันมหาปวารณา ก็เรียก.
อายุความสะดุดหยุดลงน. การหยุดนับระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนแล้วเข้าในอายุความ เมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดเวลาใด ก็เริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่เวลานั้น.

อังกฤษ-ไทย: ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน [เชื่อมโยงจาก royin.go.th แบบอัตโนมัติและผ่านการปรับแก้]
lapseระงับไป, สิ้นสุดลง, ล่วงพ้นเวลา [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
sudden death clauseข้อกำหนดการสิ้นสุดลงทันที [ประกันภัย ๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
sufferance, tenancy atการถือครองอสังหาริมทรัพย์หลังสัญญาเช่าสิ้นสุด [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
off riskสิ้นสุดการเสี่ยงภัย [ประกันภัย ๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
block markเครื่องหมายสิ้นสุดบล็อก [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
marriage of completed fertilityการสมรสที่อยู่จนภาวะเจริญพันธุ์สิ้นสุดลง [ประชากรศาสตร์ ๔ ก.พ. ๒๕๔๕]
membership, termination ofความสิ้นสุดแห่งสมาชิกภาพ [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
marriage dissolution probabilityโอกาสที่การสมรสจะสิ้นสุด [ประชากรศาสตร์ ๔ ก.พ. ๒๕๔๕]
method of extinct generationsวิธีศึกษาการสิ้นสุดของรุ่นวัย [ประชากรศาสตร์ ๔ ก.พ. ๒๕๔๕]
completeสมบูรณ์, ครบถ้วน, สิ้นสุด, เต็มที่ [ประชากรศาสตร์ ๔ ก.พ. ๒๕๔๕]
completed fertilityภาวะเจริญพันธุ์สิ้นสุดลง [ประชากรศาสตร์ ๔ ก.พ. ๒๕๔๕]
completed parityจำนวนบุตรเต็มที่ (เมื่อสิ้นสุดวัยเจริญพันธุ์) [ดู final parity] [ประชากรศาสตร์ ๔ ก.พ. ๒๕๔๕]
determinable fee; determinable interestสิทธิประโยชน์ที่อาจสิ้นสุดลงได้ (ตามเงื่อนไขหรือตามกฎหมาย) [ดู fee simple determinable] [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
determinable interest; determinable feeสิทธิประโยชน์ที่อาจสิ้นสุดลงได้ (ตามเงื่อนไขหรือตามกฎหมาย) [ดู fee simple determinable] [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
determinateสิ้นสุด [พฤกษศาสตร์ ๑๘ ก.พ. ๒๕๔๕]
dissolution of marriageความสิ้นสุดของการสมรส [ประชากรศาสตร์ ๔ ก.พ. ๒๕๔๕]
dissolved marriageการสมรสที่สิ้นสุดลง [ประชากรศาสตร์ ๔ ก.พ. ๒๕๔๕]
decree absoluteคำสั่งเด็ดขาดของศาลให้การสมรสสิ้นสุดลง (ก. อังกฤษ) [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
decree nisiคำสั่งเฉพาะกาลของศาลให้การสมรสสิ้นสุดลง (ก. อังกฤษ) [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
digamyการสมรสครั้งที่สอง (หลังจากการสมรสครั้งแรกสิ้นสุด) [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
final parityจำนวนบุตรเต็มที่ (เมื่อสิ้นสุดวัยเจริญพันธุ์) [ดู completed parity] [ประชากรศาสตร์ ๔ ก.พ. ๒๕๔๕]
fee simple determinableสิทธิประโยชน์ที่อาจสิ้นสุดลงได้ (ตามเงื่อนไขหรือตามกฎหมาย) [ดู determinable fee; determinable interest] [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
final currentกระแสปลาย, กระแสสิ้นสุด [การเชื่อม ๒๐ ก.ย. ๒๕๔๔]
end of field markerเครื่องหมายสิ้นสุดเขต [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
end of file (EOF)สิ้นสุดแฟ้ม (อีโอเอฟ) [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
end of file indicator; end of file markerเครื่องหมายสิ้นสุดแฟ้ม [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
end of tape markerเครื่องหมายสิ้นสุดแถบ [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
end of unionความสิ้นสุดของการอยู่ร่วมกัน [ประชากรศาสตร์ ๔ ก.พ. ๒๕๔๕]
endจบ, สิ้นสุด, สุดท้าย [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
end of data markerเครื่องหมายสิ้นสุดข้อมูล [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
EOF (end of file)อีโอเอฟ (สิ้นสุดแฟ้ม) [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
effective date of terminationวันถึงกำหนดสิ้นสุด [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
end-of-job cardบัตรสิ้นสุดงาน [คอมพิวเตอร์ ๑๙ มิ.ย. ๒๕๔๔]
expirationความสิ้นสุด, การครบกำหนด, การหมดอายุ [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
indeterminateไม่สิ้นสุด [พฤกษศาสตร์ ๑๘ ก.พ. ๒๕๔๕]
incomplete fertilityภาวะเจริญพันธุ์ยังไม่สิ้นสุด [ประชากรศาสตร์ ๔ ก.พ. ๒๕๔๕]
terminate๑. สิ้นสุด๒. ทำให้สิ้นสุด [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
terminateเลิก, สิ้นสุด [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
termination๑. ส่วนปลาย [มีความหมายเหมือนกับ extremity ๒]๒. การทำให้สิ้นสุด [แพทยศาสตร์ ๖ ส.ค. ๒๕๔๔]
termination of adventureการสิ้นสุดการเสี่ยงภัย [ประกันภัย ๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
termination of adventure clauseข้อกำหนดการสิ้นสุดการเสี่ยงภัย [ประกันภัย ๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
termination of membershipความสิ้นสุดแห่งสมาชิกภาพ [รัฐศาสตร์ ๑๗ ส.ค. ๒๕๔๔]
time of endingเงื่อนเวลาสิ้นสุด [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
terminal dividendเงินปันผลจ่ายเมื่อสัญญาสิ้นสุด [ประกันภัย ๒ มี.ค. ๒๕๔๕]
tenancy at sufferanceการถือครองอสังหาริมทรัพย์หลังสัญญาเช่าสิ้นสุด [นิติศาสตร์ ๑๑ มี.ค. ๒๕๔๕]
unexpired risks reserveเงินสำรองการเสี่ยงภัยที่ยังไม่สิ้นสุด มีความหมายเหมือนกับ unearned premium reserve [ประกันภัย ๒ มี.ค. ๒๕๔๕]

อังกฤษ-ไทย: คลังศัพท์ไทย โดย สวทช.
ASEAN-Australia Development Cooperation Programmeโครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาอาเซียน-ออสเตรเลีย เป็นกรอบความร่วมมือระยะ 5 ปี ที่ออสเตรเลียให้ความร่วมมือกับ อาเซียนในด้านโครงการพัฒนากับอาเซียน โดยจะเริ่มโครงการครั้งแรกระหว่างช่วงปี พ.ศ. 2544-2549 มีมูลค่ารวม 45 ล้านเหรียญออสเตรเลีย ซึ่งอาเซียนต้องออกเงินสมทบโครงการอีกร้อยละ 20 อนึ่ง AADCP เป็นโครงการความร่วมมือที่เกิดขึ้นเพื่อทดแทน AAECP (ASEAN-Australia Economic Cooperation Programme หรือ โครงการร่วมมือด้านเศรษฐกิจอาเซียน-ออสเตรเลีย) ซึ่งจะสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2546 [การทูต]
Duration of Diplomatic Privileges and Immunitiesระยะเวลาของการอุปโภคเอกสิทธิ์และความคุ้มกันทาง การทูต ในเรื่องนี้ อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูตได้บัญญัติไว้ในมาตราที่ 39 ว่า?1. บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน ที่จะได้อุปโภคเอกสิทธิ์และความคุ้มกันนั้นตั้งแต่ขณะที่บุคคลนั้นเข้ามาใน อาณาเขตของรัฐผู้รับในการเดินทางไปรับตำแหน่งของตน หรือถ้าอยู่ในอาณาเขตของรัฐผู้รับแล้ว ตั้งแต่ขณะที่ได้บอกกล่าวการแต่งตั้งของตนต่อกระทรวงการต่างประเทศ หรือกระทรวงอื่นตามที่อาจจะตกลงกัน 2. เมื่อภารกิจหน้าที่ของบุคคล ซึ่งอุปโภคเอกสิทธิ์และความคุ้มกันยุติลง เอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามปกติให้สิ้นสุดลงขณะที่บุคคลนั้นออกไปจากประเทศ หรือเมื่อสิ้นกำหนดอันสมควรที่จะทำเช่นนั้น แต่จะยังมีอยู่จนกระทั่งเวลานั้น แม้ในกรณีของการขัดแย้งด้วยอาวุธ อย่างไรก็ดี ในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำที่ได้ปฏิบัติไปโดยบุคคลเช่นว่านั้น ในการปฏิบัติการหน้าที่ของตนในฐานะเป็นบุคคลในคณะผู้แทน ความคุ้มกันนั้นให้มีอยู่สืบไป 3. ในกรณีการถึงแก่กรรมของบุคคลในคณะผู้แทน ให้คนในครอบครัวของบุคคลในคณะผู้แทน อุปโภคเอกสิทธิ์และความคุ้มกันซึ่งเขามีสิทธิที่จะได้สืบไป จนกว่าจะสิ้นกำหนดเวลาอันสมควรที่จะออกจากประเทศไป 4. ในกรณีการถึงแก่กรรมของบุคคลในคณะผู้แทน ซึ่งไม่ใช่คนชาติของรัฐผู้รับ หรือมีถิ่นอยู่ถาวรในรัฐผู้รับ หรือของคนในครอบครัว ซึ่งประกอบเป็นส่วนของครัวเรือนของบุคคลในคณะผู้แทนดังกล่าว รัฐผู้รับสามารถอนุญาตให้ถอนสังหาริมทรัพย์ของผู้วายชนม์ไป ยกเว้นแต่ทรัพย์สินใดที่ได้มาในประเทศที่การส่งออกซึ่งทรัพย์สินนั้นเป็นอัน ต้องห้าม ในเวลาที่บุคคลในคณะผู้แทน หรือคนในครอบครัวของบุคคลในคณะผู้แทนนั้นถึงแก่กรรม อากรกองมรดก การสืบมรดก และการรับมรดกนั้น ไม่ให้เรียกเก็บแก่สังหาริมทรัพย์ซึ่งอยู่ในรัฐผู้รับเพราะการไปอยู่ ณ ที่นั้นแต่เพียงถ่ายเดียวของผู้วายชนม์ ในฐานะเป็นบุคคลในคณะผู้แทน หรือในฐานะเป็นคนในครอบครัวของบุคคลในคณะผู้แทน? [การทูต]
New World Orderระเบียบใหม่ของโลก คำนี้มีส่วนเกี่ยวพันกับอดีตประธานาธิบดียอร์ช บุช และเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางใจสมัยหลังจากที่ประเทศอิรักได้ใช้กำลัง ทหารรุกรานประเทศคูเวต เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 1990 กล่าวคือ ประธานาธิบดียอร์ช บุช มีความวิตกห่วงใยว่า การที่สหรัฐอเมริกาแสดงปฏิกิริยาต่อการรุกรานของอิรักนี้ ไม่ควรจะให้โลกมองไปในแง่ที่ว่า เป็นการปฏิบัติการของสหรัฐแต่ฝ่ายเดียวหากควรจะมองว่าเป็นเรื่องของหลักความ มั่นคงร่วมกัน (Collective Security ) ที่นำออกมาใช้ใหม่ในสมัยหลังสงครามเย็นในสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสภาร่วมทั้ง สองของรัฐสภาอเมริกันเมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 1990 ประธานาธิบดีบุชได้วางหลักการง่าย ๆ 5 ข้อ ซึ่งประกอบเป็นโครงร่างของระเบียบใหม่ของโลก ตามระเบียบใหม่ของโลกนี้ โลกจะปลอดพ้นมากขึ้นจากการขู่เข็ญหรือการก่อการร้าย ให้ใช้มาตรการที่เข้มแข็งในการแสวงความยุติธรรม ตลอดจนให้บังเกิดความมั่นคงยิ่งขึ้นในการแสวงสันติสุข ซึ่งจะเป็นยุคที่ประชาชาติทั้งหลายในโลก ไม่ว่าจะอยู่ในภาคตะวันออก ตะวันตก ภาคเหนือหรือภาคใต้ ต่างมีโอกาสเจริญรุ่งเรืองและมีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวแม้ว่า ระเบียบใหม่ของโลก ดูจะยังไม่หลุดพ้นจากความคิดขั้นหลักการมาเป็นขั้นปฏิบัติอย่างจริงจังก็ตาม แต่นักวิจารณ์ส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า อย่างน้อยก็เป็นการส่อให้เห็นเจตนาอันแน่วแน่ที่จะกระชับความร่วมมือระหว่าง ประเทศใหญ่ ๆ ทั้งหลายให้มากยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้องค์การระหว่างประเทศมีฐานะเข้มแข็งขึ้น และให้กฎหมายระหว่างประเทศมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น ต่อมา เหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นในด้านการเมืองของโลกระหว่างปี ค.ศ. 1989 ถึง ค.ศ. 1991 ทำให้หลายคนเชื่อกันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกำลังผันไปสู่หัวเลี้ยวหัวต่อใหม่ กล่าวคือ ความล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ในยุโรปภาคตะวันออก อวสานของสหภาพโซเวียตในฐานะประเทศอภิมหาอำนาจ การยุติของกติกาสัญญาวอร์ซอว์และสงครามเย็น การรวมเยอรมนีเข้าเป็นประเทศเดียว และการสิ้นสุดของลัทธิอะพาไทด์ในแอฟริกาใต้ (คือลัทธิกีดกันและแบ่งแยกผิว) เหล่านี้ทำให้เกิด ?ศักราชใหม่? ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังจะเห็นได้ว่า บรรดาประเทศต่าง ๆ บัดนี้ต่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันมากขึ้น องค์การสหประชาชาติและคณะมนตรีความมั่นคงมีศักยภาพสูงขึ้น กำลังทหารมีประโยชน์น้อยลง เสียงที่กำลังกล่าวขวัญกันหนาหูเกี่ยวกับระเบียบใหม่ของโลกในขณะนี้ คือความพยายามที่จะปฏิรูปองค์การสหประชาติใหม่ และปรับกลไกเกี่ยวกับรักษาความมั่นคงร่วมกันให้เข้มแข็งขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สิทธิ์ยับยั้ง (Veto) ในคณะมนตรีความมั่นคง ควรจะเปลี่ยนแปลงเสียใหม่ โดยจะให้สมาชิกที่มีอำนาจใช้สิทธิ์ยับยั้งนั้นได้แก่สมาชิกในรูปกลุ่มประเทศ (Blocs of States) แทนที่จะเป็นประเทศสมาชิกถาวร 5 ประเทศเช่นในปัจจุบันอย่างไรก็ดี การสงครามอ่าวเปอร์เซียถึงจะกระทำในนามของสหประชาชาติ แต่ฝ่ายที่รับหน้าที่มากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา แม่ว่าฝ่ายที่รับภาระทางการเงินมากที่สุดในการทำสงครามจะได้แก่ซาอุดิอาระ เบียและญี่ปุ่นก็ตาม ถึงแม้ว่าคติของระเบียบใหม่ของโลกจะผันต่อไปในรูปใดก็ดี สิ่งที่แน่นอนที่สุดก็คือ โลกจะยังคงต้องอาศัยพลังอำนาจ การเป็นผู้นำ และอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาต่อไปอยู่นั่นเอง [การทูต]
Palestine Questionปัญหาปาเลสไตน์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน ค.ศ. 1947 ประเทศอังกฤษได้ขอให้สมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ทำการประชุมสมัยพิเศษเพื่อพิจารณาปัญหาปาเลสไตน์ สมัชชาได้ประชุมกันระหว่างวันที่ 28 เมษายน ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 1947 และที่ประชุมได้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษเกี่ยวกับปาเลสไตน์ขึ้น ประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิกรวม 11 ประเทศ ซึ่งหลังจากที่เดินทางไปตรวจสถานการณ์ในภาคตะวันออกกลาง ก็ได้เสนอรายงานเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว รายงานนี้ได้ตั้งข้อเสนอแนะรวม 12 ข้อ รวมทั้งโครงการฝ่ายข้างมาก (Majority Plan) และโครงการฝ่ายข้างน้อย (Minority Plan) ตามโครงการข้างมาก กำหนดให้มีการแบ่งดินแดนปาเลสไตน์ออกเป็นรัฐอาหรับแห่งหนึ่ง รัฐยิวแห่งหนึ่ง และให้นครเยรูซาเล็มอยู่ภายใต้ระบบการปกครองระหว่างประเทศ รวมทั้งให้ดินแดนทั้งสามแห่งนี้มีความสัมพันธ์ร่วมกันในรูปสหภาพเศรษฐกิจ ส่วนโครงการฝ่ายข้างน้อย ได้เสนอให้ตั้งรัฐสหพันธ์ที่เป็นเอกราชขึ้น ประกอบด้วยรัฐอาหรับและรัฐยิว อันมีนครเยรูซาเล็มเป็นนครหลวงต่อมาในวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1947 สมัชชาสหประชาชาติได้ประชุมลงมติรับรองข้อเสนอของโครงการฝ่ายข้างมาก ซึ่งฝ่ายยิวได้รับรองเห็นชอบด้วย แต่ได้ถูกคณะกรรมาธิการฝ่ายอาหรับปฏิเสธไม่รับรอง โดยต้องการให้มีการจัดตั้งรัฐอาหรับแต่เพียงแห่งเดียว และทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิของคนยิวที่เป็นชนกุล่มน้อย อนึ่ง ตามข้อมติของสมัชชาสหประชาชาติได้กำหนดให้อำนาจอาณัติเหนือดินแดนปาเลสไตน์ สิ้นสุดลงและให้กองทหารอังกฤษถอนตัวออกไปโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และอย่างช้าไม่เกินวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1948 นอกจากนั้นยังให้คณะมนตรีภาวะทรัสตีของสหประชาชาติจัดทำธรรมนูญการปกครองโดย ละเอียดสำหรับนครเยรูซาเล็มจากนั้น สมัชชาสหประชาชาติได้ตั้งคณะกรรมาธิการปาเลสไตน์แห่งสหประชาชาติขึ้น ประกอบด้วยประเทศโบลิเวีย เช็คโกสโลวาเกีย เดนมาร์ก ปานามา และฟิลิปปินส์ ทำหน้าที่ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อเสนอแนะของสมัชชา ส่วนคณะมนตรีความมั่นคงก็ได้รับการขอร้องให้วางมาตรการที่จำเป็น เพื่อวินิจฉัยว่า สถานการณ์ในปาเลสไตน์จักถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพหรือไม่ และถ้าหากมีการพยายามที่จะใช้กำลังเพื่อเปลี่ยนแปลงความตกลงตามข้อมติของ สมัชชาเมื่อใด ให้ถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพ โดยอาศัยข้อ 39 ของกฎบัติสหประชาชาติเป็นบรรทัดฐาน [การทูต]
Parliamentary Diplomacyการทูตแบบรัฐสภา หรือบางครั้งเรียกว่า Organization Diplomacy เช่น การทูตในองค์การสหประชาชาติ การทูตแบบนี้ต่างกับการทูตตามปกติที่ดำเนินกันในนครหลวงของประเทศ กล่าวคือ1. นักการทูตมีโอกาสติดต่อโดยใกล้ชิดกับสื่อมวลชนและกับนัการทูตด้วยกันจาก ประเทศอื่น ๆ รวมทั้งจากประเทศที่ไม่เป็นมิตรภายในองค์การสหประชาติ มากกว่าในนครหลวงของประเทศ แต่มีโอกาสน้อยกว่าที่จะติดต่อกับคนชาติของตนอย่างใกล้ชิด2. การพบปะติดต่อกับบรรดานักการทูตด้วยกันในองค์การสหประชาชาติ จะเป็นไปอย่างเป็นกันเองมากกว่าในนครหลวงของประเทศ3. ในองค์การสหประชาติ ประเทศเล็ก ๆ สามารถมีอิทธิพลในการเจรจากับประเทศใหญ่ ๆ ได้มากกว่าในนครของตน เพราะตามปกติ นักการทูตในนครหลวงมักจะติดต่ออย่างเป็นทางการกับนักการทูตในระดับเดียวกัน เท่านั้น แต่ข้อนี้มิได้ปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัดนักในสหประชาชาติ ในแง่การปรึกษาหารือกันระหว่างกลุ่ม ในสมัยก่อนที่สงครามเย็นจะสิ้นสุดในสหประชาชาติได้แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม (Blocs) ด้วยกัน คือกลุ่มเอเชียอัฟริกา กลุ่มเครือจักรภพ (Commonwealth) กลุ่มคอมมิวนิสต์ กลุ่มละตินอเมริกัน กลุ่มยุโรปตะวันตก กลุ่มสแกนดิเนเวีย และกลุ่มอื่น ๆ ได้แก่ ประเทศที่มิได้ผูกพันเป็นทางการกับกลุ่มใด ๆ ที่กล่าวมา อนึ่ง ในส่วนที่เกี่ยวกับสงครามเย็น สมาชิกประเทศในสหประชาชาติจะรวมกลุ่มกันตามแนวนี้ คือ ประเทศนิยมฝักใฝ่กับประเทศฝ่ายตะวันตก (Pro-West members) ประเทศที่นิยมค่ายประเทศคอมมิวนิสต์ (Pro-Communist members) และประเทศที่ไม่ฝักใฝ่กับฝ่ายใด (Non-aligned members)เกี่ยวกับเรื่องการทูตในการประชุมสหประชาชาติ ในสมัยสงครามเย็น นักการทูตชั้นนำของอินเดียผู้หนึ่งให้ข้อวิจารณ์ว่า ไม่ว่าจะเป็นการประชุมพิจารณากัน การทะเลาะเบาะแว้งด้วยคำผรุสวาทหรือการแถลงโผงผางต่อกันนั้น ล้วนเป็นลักษณะที่ตรงกันข้ามกับลักษณะวิสัยของการทูตทั้งสิ้น ดังนั้น สิ่งที่เป็นไปในการประชุมสหประชาชาติ จึงแทบจะเรียกไม่ได้เลยว่าเป็นการทูต เพราะการทูตที่แท้จริงจะกระทำกันด้วยอารมณ์สงบ ใช้ความสุขุมคัมภีรภาพ ปราศจากกามุ่งโฆษณาตนแต่อย่างใด การแสดงต่าง ๆ เช่น สุนทรพจน์และภาพยนตร์นั้นจะต้องมีผู้ฟังหรือผู้ชม แต่สำหรับการทูตจะไม่มีผู้ฟังหรือผู้ชม (Audience) หากกล่าวเพียงสั้น ๆ ก็คือ ผู้พูดในสหประชาชาติมุ่งโฆษณาหาเสียง หรือคะแนนนิยมจากโลกภายนอก แต่ในการทูตนั้น ผู้พูดมุ่งจะให้มีการตกลงกันให้ได้ในเรื่องที่เจรจากันเป็นจุดประสงค์สำคัญ [การทูต]
Plan Puebla-Panamaสมาชิก เม็กซิโก เบลิซ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส เอลซัลวาดอร์ นิการากัว คอสตาริกา และปานามา วัตถุประสงค์ ริเริ่มโดยประธานาธิบดี Vicente Fox ของเม็กซิโก เมื่อปี พ.ศ. 2543 เพื่อแสวงหาความร่วมมือและให้การสนับสนุนด้านเงินทุนแก่ประเทศภูมิภาค อเมริกากลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมและสาธารณูปโภค เช่น ถนน สายส่งไฟฟ้า ท่อก๊าซ ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจจากเม็กซิโกลงไปยังประเทศทางตอนใต้ ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศร่วมกัน และเพื่อแก้ไขปัญหาการอพยพของแรงงานผิดกฎหมายจากประเทศในแถบอเมริกากลางเข้า สู่เม็กซิโก หมายเหตุ Puebla เป็นชื่อเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของเม็กซิโก และเป็นจุดเริ่มต้นโครงการ ซึ่งสิ้นสุดที่ปานามา [การทูต]
Work of the United Nations for the Independence of Colonial Peoplesงานขององค์การสหประชาชาติ ในการช่วยให้ชาติอาณานิคมทั้งหลายได้รับความเป็นเอกราช นับตั้งแต่เริ่มตั้งองค์การสหประชาชาติเมื่อปี ค.ศ.1945 เป็นต้นมา มีชนชาติของดินแดนที่ยังมิได้ปกครองตนเอง รวมทั้งดินแดนในภาวะทรัสตีตามส่วนต่าง ๆ ของโลก ได้รับความเป็นเอกราชไปแล้วไม่น้อยกว่า 170 ล้านคน ดินแดนที่แต่ก่อนยังไม่มีฐานะปกครองตนเองราว 50 แห่งได้กลายฐานะเป็นรัฐเอกราช มีอธิปไตยไปแล้ว ขณะนี้ยังเหลือดินแดนที่ยังมิได้ปกครองตนเองอีกไม่มาก กำลังจะได้รับฐานะเป็นประเทศเอกราชต่อไปแม้ว่าปัจจัยสำคัญที่สุดซึ่งทำให้ เกิดวิวัฒนาการอันมีความสำคคัญทางประวัติศาสตร์ จะได้แก่ความปรารถนาอย่างแรงกล้าของประชาชนในดินแดนเมืองขึ้นทั้งหลาย แต่องค์การสหประชาชาติก็ได้แสดงบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนชนชาติ ที่ยังมิได้เป็นเอกราช และชาติที่ยังปกครองดินแดนเหล่านั้นอยู่ ให้รีบเร่งที่จะให้ชาชาติในดินแดนเหล่านั้นได้รับฐานะเป็นเอกราชโดยเร็วที่ สุดเท่าที่จะเป็นไปได้การที่องค์การสหประชาชาติมีบทบาทหน้าที่ดังกล่าวเพราะ ถือตามหลักแห่งความเชื่อศรัทธาที่ว่า มนุษย์ไม่ว่าชายหรือหญิง และชาติทั้งหลายไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกัน และได้ยืนยันความตั้งใจอันแน่วแน่ของประเทศสมาชิกที่จะใช้กลไกระหว่างประเทศ ส่งเสริมให้ชนชาติทั้งหลายในโลกได้ประสบความก้าวหน้าทั้งในทางเศรษฐกิจและ สังคมนอกจากนั้น เพื่อเร่งรัดให้ชนชาติที่ยังอยูใต้การปกครองแบบอาณานิคมได้ก้าวหน้าไปสู่ เอกราช สมัชชาของสหประชาชาติ (General Assembly of the United Nations) ก็ได้ออกปฏิญญา (Declaration) เกี่ยวกับการให้ความเป็นเอกราชแก่ประเทศและชนชาติอาณานิคม เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1960 ซึ่งในปฏิญญานั้น ได้ประกาศยืนยันความจำเป็นที่จะให้ลัทธิอาณานิคมไม่ว่าในรูปใด สิ้นสุดลงโดยเร็วและปราศจากเงื่อนไขใด ๆ สมัชชายังได้ประกาศด้วยว่า การที่บังคับชนชาติอื่นให้ตกอยู่ใต้อำนาจการปกครอง แล้วเรียกร้องประโยชน์จากชนชาติเหล่านั้น ถือว่าเป็นการปฏิเสธไม่ยอมรับสิทธิมนุษยชนขั้นมูลฐาน เป็นการขัดกับกฎบัตรของสหประชาชาติ เป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมสันติภาพและความร่วมมือของโลกสมัชชาสหประชาชาติ ยังได้ประกาศต่อไปว่า จะต้องมีการดำเนินการโดยด่วนที่สุด โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อสงวนใด ๆ ตามเจตนารมณ์ ซึ่งแสดงออกอย่างเสรี โดยไม่จำกัดความแตกต่างในเรื่องเชื้อชาติ หลักความเชื่อถือ หรือผิว เพื่อให้ดินแดนทั้งหลายที่ยังไม่ได้มีการปกครองของตนเองเหล่านั้นได้รับความ เป็นเอกราชและอิสรภาพโดยสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1961 สมัชชาสหประชาชาติก็ได้จัดตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อตรวจดูและให้มีการปฏิบัติให้เป็นตามคำปฏิญญาของสหประชาชาติ และถึงสิ้นปี ค.ศ. 1962 คณะกรรมการดังกล่าวได้ประชุมกันหลายต่อหลายครั้งทั้งในและนอกสำนักงานใหญ่ ขององค์การสหประชาชาติ แล้วรวบรวมเรื่องราวหลักฐานจากบรรดาตัวแทนของพรรคการเมืองทั้งหลาย จากดินแดนที่ยังไม่ได้รับการปกครองตนเอง แล้วคณะกรรมการได้ตั้งข้อเสนอแนะต่าง ๆ โดยมุ่งจะเร่งรัดให้การปกครองอาณานิคมสิ้นสุดลงโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ [การทูต]
Cost and Freightเงื่อนไขการส่งมอบ, เงื่อนไขการส่งมอบนี้ ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้าตามสัญญาก็ต่อเมื่อ ผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าข้ามกาบเรือขึ้นไปบนเรือสินค้า [การค้าระหว่างประเทศ]
Cost Insurance and Freightเงื่อนไขการส่งมอบ, เงื่อนไขการส่งมอบนี้ ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้าตามสัญญาก็ต่อเมื่อ ผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าข้ามกาบเรือขึ้นไปบนเรือสินค้า [การค้าระหว่างประเทศ]
Free On Boardเงื่อนไขการส่งมอบนี้ผู้ขายจะสิ้นสุดภาะการส่งมอบสินค้าตามสัญญาก็ต่อเมื่อ ผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าข้ามกาบเรือไปบนเรือสินค้า ณ ท่าเรือต้นทางที่ระบุไว้ [การค้าระหว่างประเทศ]
Closureฝา,การปิด,่ความสิ้นสุด [การแพทย์]
Date Resolvedวันที่ปัญหาสิ้นสุดลง [การแพทย์]
Diagnosis, Finalโรคที่ถือว่าสิ้นสุด [การแพทย์]
End Pointจุดหยุดปฏิกิริยา,จุดยุติ,จุดสมมูลย์,จุดสิ้นสุด,จุดสุดท้าย [การแพทย์]
terminal sideด้านสิ้นสุด, ในการวัดมุมถ้าส่วนของเส้นตรง AP หมุมรอบจุด A ไปอยู่ในแนว AQ สิ่งที่เกิดขึ้นเรียกว่ามุม และเรียกส่วนที่เกี่ยวข้องกับมุมดังนี้ เรียกจุด A ว่า จุดยอดมุม   เรียก  AP ว่า  ด้านเริ่มต้น      เรียก AQ ว่า ด้านสิ้นสุด [พจนานุกรมศัพท์ สสวท.]
limit of a sequenceลิมิตของลำดับ, จำนวนซึ่งพจน์ที่ n ของลำดับเข้าใกล้ เมื่อ n มีค่ามากขึ้น โดยไม่มีที่สิ้นสุด  เช่น   หรือ 0  เป็นลิมิตของลำดับ     [พจนานุกรมศัพท์ สสวท.]
infiniteอนันต์, ไม่มีที่สิ้นสุด [พจนานุกรมศัพท์ สสวท.]
inhibitorตัวยับยั้ง, สารเคมีที่เติมลงไปในปฏิกิริยาเคมีหนึ่งแล้วทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง  หรือหยุดนิ่ง เมื่อปฏิกิริยาเคมีสิ้นสุดแล้วก็ยังคงมีสารนั้นในระบบ [พจนานุกรมศัพท์ สสวท.]
catalystตัวเร่งปฏิกิริยา, สารเคมีที่เติมลงไปในปฏิกิริยาเคมีหนึ่งแล้วทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น และเมื่อปฏิกิริยาเคมีสิ้นสุด  สารนั้นก็ยังคงมีสมบัติทางเคมีและมีปริมาณคงเดิม [พจนานุกรมศัพท์ สสวท.]
work pieceชิ้นงาน, ผลงาน ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มเข้าสู่กระบวนการเทคโนโลยีจนกระทั่งสิ้นสุดกระบวนการ โดยถ่ายทอดความคิดได้ 4 รูปแบบ คือ ภาพร่าง แผนที่ความคิด แบบจำลอง และต้นแบบ [พจนานุกรมศัพท์ สสวท.]
Inhalation, Endการสิ้นสุดของการหายใจเข้า [การแพทย์]
Loss, Spontaneousการสิ้นสุดเกิดขึ้นเอง [การแพทย์]

Thai-English-French: Volubilis Dictionary 1.0
จุดสิ้นสุด[jut sinsut] (n, exp) EN: final point  FR: fin de zone [f]
การสิ้นสุด[kān sinsut] (n) EN: end ; death
ไม่มีที่สิ้นสุด[mai mī thī sinsut] (adv) EN: endless ; everlasting ; far from over ; never-ending  FR: sans fin
สิ้นสุด[sinsut] (v) EN: end ; come to en end ; terminate  FR: finir ; se terminer ; expirer ; cesser ; prendre fin
สิ้นสุด[sinsut] (adj) EN: final  FR: final
สิ้นสุดการทำงาน[sinsut kān thamngān] (v, exp) EN: clock out/off
สิ้นสุดลง[sinsut long] (v, exp) EN: terminate ; end ; stop ; cease ; expire ; discontinue
สิ้นสุดสัมพันธ์[sinsut samphan] (v, exp) EN: terminate sexual relations
วันสิ้นสุดสัญญา[wan sinsut sanyā] (n, exp) EN: date of expiration of a contract
วันสิ้นสุดสงคราม[wan sinsut songkhrām] (n, exp) EN: Armistice Day  FR: armistice [m] ; L'Armistice

English-Thai: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
abate(vt) ทำให้สิ้นสุด, Syn. end, stop, terminate
abate(vi) สิ้นสุด
ad infinitum(adj) ไม่มีที่สิ้นสุด, Syn. endlessly, forever
aeon(n) ช่วงเวลาที่ยาวนานไม่สิ้นสุด
annul(vt) ทำให้สิ้นสุด, See also: ทำให้จบลง, Syn. end, cease, break off, Ant. start, begin
boundless(adj) ไม่มีที่สิ้นสุด, See also: มากมาย, กว้างใหญ่, Syn. infinite
be at an end(idm) หมด, See also: ยุติ, สิ้นสุด, Syn. bring to, put to
be in at(phrv) อยู่จนสิ้นสุด (คำไม่เป็นทางการ), See also: อยู่จนจบ, ถึงที่สุด
be out(phrv) หมด, See also: จบ, สิ้นสุด
be through(phrv) ทำเสร็จ, See also: เสร็จสิ้น, จบ, สิ้นสุด
blow over(phrv) หยุด, See also: ยุติ, สิ้นสุด
blow the whistle on(idm) ยุติ, See also: สิ้นสุด
break off(phrv) ยุติ, See also: สิ้นสุด, พังทลาย, Syn. declare off, declare on
bring an end to(idm) ยุติ, See also: สิ้นสุด, Syn. be at, put to
cease(n) การสิ้นสุด, See also: การยุติ, การจบ, การหยุด, Syn. cessation
cease(vi) จบ, See also: ยุติ, สิ้นสุด, Syn. end
ceaseless(adj) ไม่รู้จักจบ, See also: ไม่มีที่สิ้นสุด, ที่ไม่หยุด, Syn. continual, endless, unceasing, unending, Ant. discontinuous
closure(n) การจบ, See also: การยุติ, การสิ้นสุด, Syn. end, finish
cash up(phrv) รวมเงิน (โดยเฉพาะเมื่อสิ้นสุดแต่ละวันในร้านค้าหรือร้านขายของ)
check out(phrv) จ่ายเงินเมื่อสิ้นสุดการเข้าพัก, See also: ชำระเงิน, Syn. book out
clock off(phrv) เลิกงาน, See also: เสร็จงาน, สิ้นสุดการทำงาน, Syn. clock out
clock out(phrv) เลิกงาน, See also: เสร็จงาน, สิ้นสุดการทำงาน, Syn. check off, check on, check out, clock in, clock off, ring out
come to an end(idm) สิ้นสุด, See also: จบ, ยุติ
drain out(phrv) หายไปหมด, See also: หมด, สิ้นสุด
draw to a close(idm) ใกล้มาถึงจุดสิ้นสุด, See also: ใกล้จบลง
end in(phrv) จบลงในสภาพ, See also: สิ้นสุดด้วย
end up(phrv) สิ้นสุดด้วย, See also: ลงท้ายด้วย, สรุปลงด้วย
end with(phrv) จบลงด้วย, See also: สิ้นสุดด้วย, Syn. finish with
fetch up(phrv) จบลงด้วย, See also: เสร็จสิ้นด้วย, สิ้นสุดที่, Syn. end up, finish up
fight out(phrv) ต่อสู้จนกว่าจะมีผล, See also: ต่อสู้จนกว่าจะสิ้นสุด, Syn. fight through, slug out
fine in(phrv) จบลงใน (สภาพ), See also: สิ้นสุดใน สภาพ
finish in(phrv) สิ้นสุดที่, See also: จบลงที่, Syn. end in
finish up(phrv) สิ้นสุดด้วยสิ่งที่ไม่ดี, Syn. end up
finish with(phrv) ทำให้...จบลงด้วย, See also: สิ้นสุดด้วย, ทำให้เสร็จด้วย, Syn. end with
death(n) การสิ้นสุด, See also: การยุติ, การจบสิ้น, การถูกทำลาย, การดับ, Syn. destruction, end, extinction
demise(n) การตาย, See also: การสิ้นสุด, Syn. bequeath, dying, passing, Ant. life, birth, beginning
determine(vt) สิ้นสุด, See also: ยุติ, Syn. end, terminate
determine(vi) สิ้นสุด, See also: ยุติ, Syn. end, terminate
end(n) ตอนจบ, See also: อวสาน, บทสรุป, ตอนสุดท้าย, ตอนอวสาน, ปลายทางในการต่อโทรศัพท์, ปลายสาย, การจบ, การสิ้นสุด, Syn. conclusion, ending, finate, Ant. beginning, start
end(vt) ทำให้สิ้นสุด, See also: ทำให้จบ, ทำให้เลิก, Syn. finish, quit, stop
end(vi) ทำให้สิ้นสุด, See also: ทำให้จบ, ทำให้เลิก, Syn. finish, quit, stop
endless(adj) ซึ่งไม่สิ้นสุด, See also: ไม่มีขอบเขต, ชั่วกาลนาน, Syn. illimitable, limitless, unceasing, unending
endlessly(adv) อย่างไม่สิ้นสุด, See also: อย่างไม่มีขอบเขต, Syn. eternally
eternal(adj) ที่อยู่ชั่วนิรันดร์, See also: ชั่วนิรันดร์, กัลปาวสาน, ไม่สิ้นสุด, ไม่รู้จักตาย, Syn. endless, everlasting, never-ending
eternally(adv) อย่างชั่วนิรันดร์, See also: อย่างไม่สิ้นสุด, Syn. endlessly
eternity(n) นิรันดร, See also: เวลาที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด, Syn. perpetuity, timelessness
everlasting(n) ความไม่สิ้นสุด, Syn. eternity, infinity
evermore(adv) ตลอดไป, See also: ไม่สิ้นสุด, ไม่จบสิ้น, Syn. always, forever
final(adj) ที่สิ้นสุด, See also: ขั้นสุดท้าย, Syn. definite, irreversible
finite(adj) มีขอบเขต, See also: มีเขตจำกัด, มีที่สิ้นสุด, Syn. limited, bounded, Ant. boundless

English-Thai: HOPE Dictionary [with local updates]
ad infinitum(แอดอินฟะไน' ทัม) ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีขอบเขต
aeon(อี' ออน. อี' อัน) n. ระยะเวลาที่ยาวนานไม่สิ้นสุด, ชั่วนิรันดร., Syn. eon
asymptote(แอส'ซิมโทท) n. เส้นตรงที่เส้นโค้งเช้าหา, ค่าไม่สิ้นสุด (infinity)
bedevil(บิเดฟ'เวิล) {bedeviled,bedeviling,bedevils} vt. ทำให้ผีเข้า,สาป,แช่ง,ทำให้หลง,ทรมาน,กวน,ทำทารุณ,ทำให้สิ้นสุด,ทำให้เสียการ, See also: bedevilment n.
carriage returnปัดแคร่แป้นปัดแคร่ใช้ตัวย่อว่า CR ในทางคอมพิวเตอร์ ถือเป็นตัวอักขระตัวหนึ่งที่มองไม่เห็น ใช้เมื่อสิ้นสุดการพิมพ์แต่ละบรรทัด และทำให้ตัวชี้ตำแหน่ง (cursor) ลงไปอยู่เป็นตำแหน่งแรกของบรรทัดถัดลงมา โดยปกติ จะกำหนดให้กดแป้น หรือ
ceaselessadj. ไม่สิ้นสุด,ไม่รู้จักจบ, See also: ceaselessness n.
closingn. การสิ้นสุด,การปิด adj. สิ้นสุด,ยุติ,หมดเวลา
cockshutn. การสิ้นสุดของวัน
conclude(คันคลูด') {concluded,concluding,concludes} vt. ลงเอย,สิ้นสุดลง,สรุป,ลงมติ,ตัดสินใจ. vi. สิ้นสุดลง,ลงเอย,ลงความเห็น,ตัดสินใจ, Syn. finish, infer, deduce
conclusion(คันคลู'เชิน) n. การลงเอย,การสิ้นสุดลง,การสรุป,บทสรุป,ผล,การตกลงขั้นสุดท้าย,การตัดสินใจครั้งสุดท้าย, Syn. inference
cr/lf<คำย่อ>เป็นคำอธิบายคุณสมบัติของเครื่องพิมพ์ CR ย่อมาจาก Carriage Return หมายถึงการสิ้นสุดบรรทัด เครื่องพิมพ์จะขึ้นบรรทัดใหม่ให้ ส่วน LF ย่อมาจาก Line Feed หมายถึงว่าเครื่องพิมพ์จะเลื่อนกระดาษให้ด้วย (เครื่องพิมพ์บางเครื่องจะทำอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น)
culminate(คัล'มะเนท) {culminated,culminating,culminates} vi. บรรลุถึงยอด,สิ้นสุด,สรุป,ถึงขั้นสุดท้าย. vt. ทำให้ถึงที่สุด,ทำให้ถึงจุดสุดยอด, Syn. climax, ripen, finish
deathlessadj. อมตะ,อมร,ไม่มีที่สิ้นสุด,นิรันดร, See also: deathlessness n. ดูdeathless, Syn. eternal
demise(ดิไมซ') n. การตาย,การสิ้นสุด,การตกทอดมรดกของผู้ตายแก่ทายาท,การสืบราชสมบัติ,การสืบตำแหน่ง vi. โอน,สืบทอดราชสมบัติ, See also: demisable adj.
desinence(เดส'ซะเนินซ) n. การสิ้นสุด,การจบลง,ตอนจบ,คำเสริมท้าย., See also: desinent, desinential adj.
determination(ดิเทอร์มิเน'เชิน) n. การกำหนดความแน่นอน,การตกลงใจ,ความตั้งใจ,การยุติ,การสิ้นสุด -S.decision, Ant. uncertainty
determine(ดิเทอร์'มิน) vt. กำหนด,ตัดสินใจ,ตกลงใจ,ตั้งใจ,ยุติ,ทำให้สิ้นสุด vi. ตกลงใจ., See also: determinable adj. determinability n., Syn. decide
dissolution(ดิสซะลู'เชิน) n. การสลายตัว,ภาวะที่สลายตัว,การแตกตัว,การสิ้นสุด,ความตาย,การหยุดชะงัก,ความเสเพล,ความเหลวไหล
dissolve(ดิซอลว') vi.,vt. ละลาย,กระจายตัว,หลอมเหลว,กลายเป็นของเหลว,แตกตัว,ยุติ,สิ้นสุด, See also: dissolvability n. ดูdissolve dissolvable adj. ดูdissolve, Syn. divide, melt, disappear, fade, Ant. solidify, thicken, unite
drop(ดรอพ) {dropped,dropping,drops} n. หยด,หยาด,จำนวนเล็กน้อย,หยดยา,ลูกตุ้ม,การตกลง vi.,vt. (ทำให้) หยดลง,หย่อนลง,ตก,จมลง,สิ้นสุด,ถอน,ยุติ,หายไป,หมอบ,ตกต่ำลง,ถอยหลัง,เคลื่อนต่ำลง -Phr. (drop behind ล้าหลัง,ไม่ครบ,ไม่ถึง)
end(เอนดฺ) n. ปลาย,ท้าย,ตอนจบ,จุดจบ,ชั้นสุดท้าย,มรณกรรม,ความพินาศ,ความหายนะ,ผลเบื้องปลาย,ผลประสงค์,วัตถุที่ประสงค์,การลงเอย,สภาพสุดท้าย vt. ยุติ,ยกเลิก,ฆ่า,ทำลาย,ขจัดสิ้น. vi. สิ้นสุด,ยุติ,ตาย,ถึงขั้นสุดท้าย -Phr. (make both ends meet หาเงินให้พอกับความต้องก
end of fileสิ้นสุดแฟ้มใช้ตัวย่อว่า EOF เป็นสัญลักษณ์พิเศษ ที่จะบอกให้รู้ว่า ถึงจุดสิ้นสุดของแฟ้มข้อมูลแล้ว สำหรับแฟ้มข้อมูลภายใต้โปรแกรมระบบดอส การกดแป้น CTRL+Z จะทำให้ได้สัญลักษณ์ที่โปรแกรมจะรู้ว่าเป็น "จุดสิ้นสุดของแฟ้มข้อมูล" แล้ว หากไม่มีสัญลักษณ์นี้ โปรแกรมจะไม่ทราบว่าข้อมูลที่ต้องการ สิ้นสุดตรงไหนมีความหมายเหมือน end of job
endlessadj. ไม่มีขอบเขต,ไม่สิ้นสุด, See also: endlessness n. ดูendless, Syn. eternal
eof(อีโอเอฟ) ย่อมาจาก end of file (แปลว่าสิ้นสุดแฟ้ม) เป็นสัญลักษณ์พิเศษที่จะบอกให้รู้ว่า ถึงจุดสิ้นสุดของแฟ้มข้อมูลแล้ว สำหรับแฟ้มข้อมูลภายใต้โปรแกรมระบบดอส การกดแป้น CTRL+Z จะทำให้ได้สัญลักษณ์ที่โปรแกรมจะรู้ว่าเป็น "จุดสิ้นสุดของแฟ้มข้อมูล" แล้ว หากไม่มีสัญลักษณ์นี้ โปรแกรมจะไม่ทราบว่าข้อมูลที่ต้องการ สิ้นสุดตรงไหน
eoj(อีโอเจ) ย่อมาจาก end of job (แปลว่า สิ้นสุดงาน) หมายถึง จุดสิ้นสุดของแฟ้มหรือของข้อมูลชุดหนึ่ง ๆ เป็นเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ทำไว้ท้ายแฟ้มข้อมูลที่บันทึกลงในแถบบันทึกหรือเทป (tape) เพื่อบอกว่าสิ้นสุดแฟ้มข้อมูลหรือสิ้นสุดงานนั้น ๆ มีความหมายเหมือน end of file
eor(อีโออาร์) ย่อมาจาก end of reel marker (แปลว่า เครื่องหมายสิ้นสุดแถบบันทึก) หมายถึง จุดสิ้นสุด ทำไว้ที่ปลายแถบบันทึกหรือเทป (tape) เพื่อบอกว่าไม่สามารถบันทึกต่อจากจุดนี้ได้ เมื่ออ่านหรือบันทึกลงถึงจุดนี้แล้ว เทปจะหยุดทันที ไม่อ่านหรือบันทึกต่อ ส่วนมากจะทำเป็นช่วงสะท้อนแสงยาวประมาณ 1 นิ้ว ซึ่งหัวอ่านและบันทึกของเทปจะสัมผัสได้ด้วยไฟฟ้ามีความหมายเหมือน end of tape marker หรือ EOT
eot(อีโอที) 1. ย่อมาจาก end of tape marker (เครื่องหมายสิ้นสุดแถบบันทึก) หมายถึง จุดสิ้นสุดไว้ที่ปลายแถบบันทึกหรือเทป (tape) เพื่อบอกว่าไม่สามารถบันทึกต่อจากจุดนี้ได้ เมื่ออ่านหรือบันทึกลงถึงจุดนี้แล้วเทปจะหยุดทันทีไม่อ่านหรือบันทึกต่อ ส่วนมากจะทำเป็นช่วงสะท้อนแสงยาวประมาณ 1 นิ้ว ซึ่งหัวอ่านและบันทึกของเทปจะสัมผัสได้ด้วยไฟฟ้ามีความหมายเหมือน end of reel หรือ EOR2. ย่อมาจาก end of text ในรหัสแอสกี (ASCII) ที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูล มีความหมายว่า จบข้อความแล้ว ไม่มีอีกต่อไป
ever(เอฟ'เวอะ) adv. ตลอดไป,ไม่มีที่สิ้นสุด,เรื่อยไป, Syn. always
everlasting(เอฟ'เวอลาส'ทิง) adj.,n. (ความเป็น) อมตะ, ไม่มีที่สิ้นสุด,ตลอดไป -Phr. (the Everlasting พระผู้เป็นเจ้า), See also: everlastingness n. ดูeverlasting, Syn. eternal
expiration(เอคซฺพิเร'เชิน) n. การหายใจออก,การสิ้นสุด,การยุติ,การหมดอายุ,การตาย
finish(ฟิน'นิช) {finished.finishing,finishes} v. ทำให้เสร็จ,ทำให้หมด,ทำจบ,เสร็จ,จบ,สิ้นสุด,ยุติ,เอาชนะได้สิ้นเชิง,ทำลาย,ฆ่า. n. สุดท้าย,วาระสุดท้าย,ความตาย,ความเกลี้ยงเกลา,ยาขัดเงา,ผิวหน้าที่เกลี้ยงเกลา,ความมันเป็นเงา,ลาย,พื้นหน้าเคลือบเงา, See also: fi
finished(ฟิน'นิชทฺ) adj. ปลาย,สิ้นสุด,เสร็จ,ยุติ,สมบูรณ์,ดีเยี่ยม,ประณีตงดงาม
forever(ฟอร์เอฟ'เวอะ) adj. ถาวร,นิรันดร,ตลอดไป,ต่อเนื่อง,ไม่สิ้นสุด., See also: forever and a day ตลอดไป, ชั่วนิรันดร, Syn. eternally
inexhaustible(อินอิกซอส'ทะเบิล) adj. ไม่รู้จักหมด,ไม่สิ้นสุด,ใช้ไม่หมด,ไม่รู้จักเหนื่อย., See also: inexhaustibility, inexhaustibleness n. inexhaustibly adv., Syn. boundless
infinite(อิน'ฟะนิท) adj. ไม่มีที่สิ้นสุด,ไม่มีขอบเขต,เหลือคณานับ,สมบูรณ์,ไม่หมดสิ้น. n. สิ่งที่ไม่มีที่สิ้นสุด,บริเวณที่ไม่มีขอบเขต,อวกาศ. -Phr. (the Infinite,the Infinite Being พระผู้เป็นเจ้า) ., See also: infinitely adv. infiniteness n. คำที่มีควา
infinitize(อินฟิน'นิไทซ) vt. ทำให้ไม่มีที่สิ้นสุด
infinity(อินฟิน'นิที) n. ความไม่มีที่สิ้นสุด,ความไม่มีขอบเขต,สิ่งที่ใหญ่โตเหลือเกิน,จำนวนที่ไม่มีที่สิ้นสุด, Syn. endlessness, eternity
lapse(แลพซฺ) {lapsed,lapsing,lapses} n. การพลาดพลั้ง,การละเลย,การผิดพลาด,การตกลงมา,การลดลงมา,ระยะเวลาที่ผ่านไป,การสิ้นสุดของสิทธิหรือสิทธิพิเศษ (เนื่องจากการละเลยหรือการพลาดพลั้ง) ,การสิ้นสุดการประกันภัย (เนื่องจากการไม่จ่ายเงินค่าประกันภัยหรือการหมดอายุสัญญา) vi
lf(แอลเอฟ) ย่อมาจาก line feed (ป้อนบรรทัด) หมายถึงสัญญาณที่ส่งบอกเครื่องพิมพ์ให้ขึ้นบรรทัดใหม่ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุดบรรทัด (เป็นผลจากการกดแป้น , หรือ )
line feedป้อนบรรทัดใช้ตัวย่อว่า LF เป็นสัญญาณบอกให้เครื่องพิมพ์เลื่อนลงไปอีกบรรทัดหนึ่ง หรือ ขึ้นบรรทัดใหม่ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุดของบรรทัดดู carriage return หรือ Return key ประกอบ
night(ไนทฺ) n. กลางคืน,ความมืด,ความคลุมเครือ,โชค ไม่ดี,การไม่รู้, -Phr. (night and day ไม่หยุดหย่อน ไม่รู้จักเหนื่อย ไม่สิ้นสุด)
page breakตำแหน่งแบ่งหน้าคำนี้มีใช้ในโปรแกรมประมวลผลคำ (word processing) หรือโปรแกรมตารางจัดการ (spread sheet) หมายถึง ตำแหน่งที่มีการเปลี่ยนหน้าใหม่ โดยปกติการเปลี่ยนหน้าจะทำได้ 2 แบบ คือ แบบเปลี่ยนไปเองโดยอัตโนมัติ หมายถึง การพิมพ์ได้มาถึงจุดสิ้นสุดของหน้าที่โปรแกรมกำหนดไว้ ก็จะขึ้นหน้าใหม่โดยอัตโนมัติ หากมีการลบหรือเพิ่มข้อความหรือภาพ ก็จะกระทบมาถึงตำแหน่งนี้ด้วย ส่วนแบบที่สอง คือ การกำหนดตำแหน่งที่จะขึ้นหน้าใหม่ โดยใช้คำสั่งกำหนดว่าจะให้เป็นที่หนึ่งที่ใด เมื่อถึงจุดนี้แล้ว เลขหน้าก็จะเปลี่ยนไปให้ เท่ากับเป็นการขึ้นหน้าใหม่เช่นกัน
perpetuity(เพอพิทู'อิที) n. ความเป็นอมตะ,ความไม่มีที่สิ้นสุด,กรรมสิทธิ์ตลอดชีพ,เงินบำเหน็จรายปีตลอดชีพ
phase-out(เฟซ'เอาทฺ) n. การค่อย ๆ หมดไป,การค่อย ๆ สิ้นสุด, Syn. wind up, taper of
pseudo instructionคำสั่งเทียมคำสั่งลำลองหมายถึง คำสั่งในภาษาแอสเซมบลี (assembly) ที่บอกข้อมูลให้แอสเซมเบลอร์ว่า จะแปลเป็นภาษาเครื่องอย่างไร คำสั่งเทียมนี้จะไม่แปลเป็นภาษาเครื่องก่อน แต่จะกำหนดให้แอสเซมเบลอร์แปลโปรแกรมโดยตรง ตัวอย่างของคำสั่งเทียมที่ใช้มาก เช่น END เป็นสัญญาณให้รู้ว่า สิ้นสุดคำสั่งที่จะต้องแปลแล้ว
spaceless(สเพส'ลิส) adj. ไม่มีขอบเขต,ไม่มีที่สิ้นสุด,ไม่มีช่องว่าง, Syn. limitless
subsist(ซับซิสทฺ') vi. มีอยู่,ยังชีพ,ยังอยู่,อยู่รอด,ประทังชีพ,ดำรงชีพ, (ปรัชญา) ดำรงอยู่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด., Syn. exist, love, be, occur, endure
surcease(เซอซีส') n. การหยุด,การสิ้นสุด. vi. หยุดกระทำ,เลิก,สิ้นสุด,ยุติ. vt. หยุดกระทำ,จากไป, Syn. desist, come to an end
tape(เทพ) n. สาย,สายเทป,สายเทปบันทึกเสียง,สายผ้าหรือพลาสติกหรือกระดาษยาวเป็นริบบิ้น,ผ้ายางปิดแผลสำหรับพันสายไฟฟ้า,สายวัด,สายหลักชัยที่จุดสิ้นสุดในการแข่งขัน vt. ใส่เทป,ผูก,มัด
terminable(เทอ'มะนะเบิล) adj. อาจสิ้นสุดลง,ยุติลงได้,มีระยะเวลากำหนด., See also: terminability n. terminably adv.

English-Thai: Nontri Dictionary
boundless(adj) ไม่มีขอบเขต,กว้างขวาง,ไม่มีที่สิ้นสุด,ไม่จำกัด
cease(vi, vt) ยุติ,เลิก,หยุด,สิ้นสุด,เว้น
ceaseless(adj) ไม่รู้จักจบ,ไม่หยุดหย่อน,ไม่มีที่สิ้นสุด,ไม่เลิกรา
cessation(n) การสิ้นสุด,การหยุด,การยุติ,การเลิก,การเว้น
close(n) การปิด,การจบ,การยุติ,การสิ้นสุด,การเลิก,การลงเอย
conclude(vi, vt) จบ,ลงมติ,ตัดสินใจ,ลงเอย,สิ้นสุด,ปลงใจ,ทำเสร็จ
dateless(adj) ไม่ได้ลงวันที่,ไม่มีวันที่,ไม่มีวันสิ้นสุด,ไม่มีวันหมดอายุ
demise(n) ความตาย,การสิ้นสุด,การมรณกรรม,การสืบตำแหน่ง
dissolution(n) การแตกตัว,การสลายตัว,การเลิก,การสิ้นสุด,ความเสเพล,ความเหลวไหล
drop(vi) หยด,ตก,หย่อนลง,เคลื่อนต่ำลง,จมลง,ยุติ,สิ้นสุด
ending(n) ตอนจบ,การจบ,ตอนปลาย,การสิ้นสุด,ความตาย
endless(adj) ไม่มีที่สิ้นสุด,ไม่สุดสิ้น,ไม่รู้จบ,ชั่วกัลปาวสาน
eternity(n) ความไม่มีที่สิ้นสุด,ความไม่รู้จักตาย,ความอมตะ,ชั่วนิรันดร
ever(adv) เสมอ,เคย,แต่เดิม,ตลอดไป,ตลอดกาล,เรื่อยไป,นิรันดร,ไม่สิ้นสุด
expiration(n) การตาย,การสิ้นสุด,การหมดอายุ,การหายใจออก
expire(vi) สิ้นสุด,ยุติ,ตาย,หมดลม,สิ้นใจ,สิ้นลม
finality(n) วาระสุดท้าย,การสิ้นสุด,ขั้นสุดท้าย,การสรุป
finis(n) ตอนจบ,อวสาน,การสิ้นสุด,วาระสุดท้าย
finish(n) การสิ้นสุด,ความเกลี้ยงเกลา,ตอนจบ,วาระสุดท้าย,ความมันเงา
finish(vt) ทำให้เสร็จ,สิ้นสุด,ลงท้าย,หมด,ยุติ
finished(adj) ดีเยี่ยม,เรียบร้อย,แนบเนียน,เกลี้ยงเกลา,เสร็จ,สิ้นสุด
forever(adv) เป็นนิตย์,ตลอดกาล,ตลอดไป,ถาวร,นิรันดร,ไม่สิ้นสุด
illimitable(adj) ไม่มีขอบเขต,ไม่มีที่สิ้นสุด
inexhaustible(adj) ไม่เพลี่ยงพล้ำ,ไม่สิ้นสุด,ไม่หมดสิ้น
infinity(n) จำนวนมาก,ความไม่มีที่สิ้นสุด
interminable(adj) ไม่มีที่สิ้นสุด,ไม่รู้จักจบ
pass(vi) ผ่านไป,ล่วงลับไป,เกิดขึ้น,สอบได้,ปล่อย,สิ้นสุด
surcease(n) การสิ้นสุด,การหยุด,การยุติ,การเลิก
surcease(vt) สิ้นสุด,หยุด,ยุติ,เลิก
terminable(adj) สิ้นสุดลงได้,หมดอายุ,ยุติลงได้
termination(n) การสิ้นสุด,การลงเอย,จุดหมายปลายทาง,ขอบเขต,ปัจจัย

English-Thai: Longdo Dictionary (UNAPPROVED version -- use with care )
effluxionการสิ้นสุดของสัญญาที่มีกำหนดระยะเวลา
fiscal cliffหน้าผาทางการคลัง (ใช้เรียกสถานการณ์หัวเลี้ยวหัวต่อของเศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วงปลายปี 2012 เนื่องจากเป็นช่วงที่จะมีเหตุการณ์สำคัญๆที่เกี่ยวข้องกับฐานะทางการคลังของสหรัฐฯ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯอย่างมีนัยสำคัญ โดยเหตุการณ์ที่สำคัญ 2 เหตุการณ์ได้แก่ การสิ้นสุดของมาตรการลดหย่อนภาษีหลายๆมาตรการ และการเริ่มต้นของมาตรการการปรับลดงบประมาณของภาครัฐฯ)
Free Carrier ( FCA )การเสนอราคา ที่ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการมอบสินค้าตามสัญญาก็ต่อเมื่อผู้ขายได้จัดสินค้าส่งมอบให้กับผู้รับขนส่ง ณ สถานที่ของผู้รับขนส่ง(เช่น บรรดาบริษัท shipping ต่างๆ) ตามที่ผู้ซื้อระบุไว้เพราะฉะนั้นในการเสนอราคา ผู้ขายก็จะเสนอราคาขาย ที่บวกค่าส่งมอบสินค้าในเบื้องต้นลงไปด้วย

Japanese-Thai: Longdo Dictionary (UNAPPROVED version -- use with care )
最後[さいご, saigo] (n) สุดท้าย , สิ้นสุด ,จบ
永遠[えいえん, eien] (n) (n) ความไม่มีที่สิ้นสุด,ความไม่รู้จักตาย,ความอมตะ,ชั่วนิรันดร
オワタ[おわた, owata] (slang) จบสิ้น, สิ้นสุด, มาจากคำว่า終わった เป็นแสลงในอินเตอร์เน็ต 

Japanese-Thai-English: Saikam Dictionary
詰め[つめ, tsume] TH: ช่วงปลายที่ใกล้จะสิ้นสุดและค่อนข้างเข้มข้น  EN: stuffing
絶える[たえる, taeru] TH: สิ้นสุด  EN: to die out

German-Thai: Longdo Dictionary
Ewigkeit(n) |die, pl. Ewigkeiten| นิรันดร, ระยะเวลาที่ยาวนานมากไม่รู้จบ, ชั่วกัลปาวสาน, ความไม่มีที่สิ้นสุด, ความไม่รู้จักตาย, ความอมตะ,

French-Thai: Longdo Dictionary
finir(vt) |je finis, tu finis, il finit, nous finissons, vous finissez, ils finissent| เสร็จ, ทำให้เสร็จ, จบ, สิ้นสุด เช่น Vous finissez presque votre étude? คุณใกล้จะเรียนจบหรือยัง
fin,-s(n) la, = ตอนจบ, ตอนสุดท้าย , (but)จุดมุ่งหมาย, ความตั้งใจ, เป้าหมาย เช่น à la fin mai = ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม , sans fin = ไม่มีที่สิ้นสุด, ไม่จบสิ้น, Ant. début, commencement

Are you satisfied with the result?


Discussions

ว่าด้วยโฆษณา
เราทราบดีว่าท่านผู้ใช้คงไม่ได้อยากให้มีโฆษณาเท่าใดนัก แต่โฆษณาช่วยให้ทาง Longdo เรามีรายรับเพียงพอที่จะให้บริการพจนานุกรมได้แบบฟรีๆ ต่อไป ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
Go to Top